การอบรม “แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices: GLP) ในอุตสาหกรรมอาหารทะเล”


การอบรม “แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี

(Good Labour Practices: GLP) ในอุตสาหกรรมอาหารทะเล”

วันพุธที่ 15 พ.ค. – วันพฤหัสบดีที่ 16 พ.ค.2562  เวลา 08.30 – 16.00 น.

ณ โรงแรมแกรนด์ อินเตอร์ โฮเตล จังหวัดสมุทรสาคร

จัดโดย สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย และสมาคมอาหารแช่เยือกแข่งไทย

เนื่องด้วยสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ได้ร่วมกับ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) พัฒนาคู่มือแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี (Good Labour Practices : GLP) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยปรับปรุงเพิ่มเติมแนวปฎิบัติของโรงงานในการกำกับดูแลตลอดห่วงโซ่อุปทาน และการมีส่วนร่วมของแรงงานผ่านคณะกรรมการสวัสดิการ โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป ภายใต้โครงการสิทธิจากเรือสู่ฝั่ง (Ship to Shore Rights) ด้วยเหตุนี้ ทั้ง 2 สมาคม จึงได้ร่วมจัดอบรม “แนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices: GLP) ในอุตสาหกรรมอาหารทะเล” ขึ้น

จุดประสงค์และความคาดหวัง การจัดอบรมครั้งนี้  เป็นการจัดอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจแนวปฎิบัติการใช้แรงงานที่ดี (GLP) ที่ 2 สมาคมฯ ได้ร่วมปรับกับ ILO เพื่อนำไปสู่การปฎิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทสมาชิกที่ยังไม่เคยได้รับการอบรม GLP เข้าร่วมอบรม เพื่อเข้าใจมาตรฐานการทำ GLP มากขึ้น

โดยมีบริษัทสมาชิก TTIA เข้าร่วมอบรม 13 บริษัท 20 คน ดังนี้

  1. บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป   
  2. บจก. ไทยรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม
  3. บจก. เซ้าท์อีสต์เอเชี่ยนแพคเกจจิ่งแอนด์แคนนิ่ง
  4. บจก. ไอ เอส เอ แวลู
  5. บมจ. ยูนิคอร์ด สาขา 2         
  6. บจก. คิงเบล โปรดิวเซอร์
  7. บจก. พี.ซี.ทูน่า
  8. บจก. ไดมอนด์ ฟู้ด โปรดักท์
  9. บมจ. เอส.เค.ฟู้ดส์(ประเทศไทย)
  10. บจก. เอส.พี.เอ.อินเตอร์เนชั่นแนล ฟู้ด กรุ๊ป
  11. บจก. พี แอนด์ ที ฟู๊ด
  12. บจก.พัทยาฟู้ดอินดัสตรี
  13. บมจ. ไทย อินาบะ ฟูดส์

และมีสมาชิก TFFA เข้าร่วมอบรม 11 บริษัท 21 คน รวมทั้งสิ้น 24 บริษัท 41 คน

สรุปผลจากการระดมความเห็น เรื่องแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices: GLP)

 

เพิ่มเติม

GLP คือแนวปฎิบัติการใช้แรงงานที่ดี เป็นมาตรฐานภาคสมัครใจ เป็นการสร้างโอกาส กระบวนการ และสามารถเป็นเวที เพื่อดึงความต้องการของทั้งนายจ้างและลูกจ้างออกมาพูดคุยและเคารพซึ่งกันและกัน และร่วมมือกันแก้ปัญหาด้วยกระบวนการและบรรยากาศการพูดคุยที่ปลอดภัยไว้วางใจ เพื่อหาวิธีตอบสนองความต้องการของทั้งสองฝ่ายให้เป็นไปตามกฎหมาย

 

กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมสามแหลี่ยมสัมพันธ์ โดย คุณอรรถพันธ์ มาศรังสรรค์ ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย

วิธีการเล่น

1) แบ่งผู้เข้าร่วมอบรมเป็น 2 กลุ่ม (โรงงานละ 1 คน) กลุ่มละ 20 คน กลุ่ม 1 เล่นกิจกรรม กลุ่ม 2 สังเกตการณ์

2) กลุ่ม 1 ให้ทุกคนลุกขึ้นยืน เล็งเพื่อนไว้ในใจ 2 คน ไม่ต้องบอกให้เขารู้ จะเดิน เคลื่อนไหว ตาม 2 คนที่เราเล็งไว้ ให้ยืนเป็นรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า เมื่อเห็นว่าได้รูปตามนั้นแล้ว ให้หยุดอยู่กับที่ กลุ่ม 2 สังเกตการณ์กลุ่ม 1 ว่า ทำอย่างไร เห็นอย่างไร

3) ถามกลุ่ม 1 แต่ละคนว่าเล็งใครไว้ และเกิดอะไรขึ้นระหว่างเป้าหมายเคลื่อนที่ ถามกลุ่ม 2 จากที่ดูกลุ่ม 1 ทำกิจกรรม รู้สึกอย่างไร เห็นอะไรบ้าง

ทั้งนี้ กิจกรรมนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมเห็นความสำคัญของ นายจ้าง ลูกจ้าง และลูกค้า กล่าวคือถ้าคุณคือ นายจ้าง แล้วอีก 2 คนที่มีความสัมพันธ์ด้วยจะเปรียบเสมือน ลูกจ้าง และลูกค้า ซึ่งการทำธุรกิจ อีก 2 ฝ่ายก็มีบทบาทกับธุรกิจนของเรา เราไม่สามารถทำอะไรได้เพียงลำพัง ผลกระทบทุกด้าน เราจะต้องช่วยเหลือกันก้าวไปพร้อมๆ กัน ธุรกิจถึงจะอยู่รอด ทุกคนมีบทบาทของตนเอง ผลกระทบมาจากทุกด้าน เช่น สื่อ เผยแพร่ภาพออกไป มีผลต่อลูกค้า โรงงานถูกกดดันจากลูกค้า โรงงานมากดดันแพต่อ

 

กิจกรรมที่ 2 การบรรยายเรื่อง แรงงานบังคับ โดย คุณประพันธ์  สิมะสันติ ที่ปรึกษาสมาคม TFFA

ความหมายของการใช้แรงงานบังคับ (มาตรา 6/1) กล่าวคือ ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือให้บริการโดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

  • ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของบุคคลนั้นเองหรือของผู้อื่น
  • ขู่เข็ญด้วยประการใดๆ
  • ใช้กำลังประทุษร้าย
  • ยึดเอกสารสำคัญประจำตัวของบุคคลนั้นไว้
  • นำภาระหนี้ของบุคคลนั้นหรือของผู้อื่นมาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบ
  • ทำด้วยประการอื่นใด

หลักการการค้ามนุษย์ คือ จัดหาโดยการซื้อขาย ข่มขู่ หน่วงเหนี่ยว กักขัง และหาประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว

 

กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมเรื่อง วงจรชีวิตของลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ โดย คุณประพันธ์ สิมะสันติ ที่ปรึกษาสมาคม TFFA

ขั้นตอนการดำเนินกิจกกรม

  1. แบ่งเป็น 4 กลุ่มๆ ละ 10 คน
  2. ให้แต่ละกลุ่มบอกขั้นตอนการเข้าทำงานของคนงานตั้งแต่เข้าจนออก และคิดว่าขั้นตอนใด

สุ่มเสี่ยงเข้าข่ายแรงงานบังคับ และเสนอวิธีการแก้ปัญหา

กิจกรรมนี้เพื่อให้แต่ละกลุ่มระดมความคิดเห็น เกี่ยวกับวงจรชีวิตของลูกจ้าง และปัญหาที่พบเจอในประเด็นต่าง ๆ และเสนอคำตอบที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด ที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นตามหัวข้อ

ตาราง ข้อมูลวงจรชีวิตลูกจ้าง และประเด็นปัญหาที่คาดว่าจะเจอรวมทั้งแนวทางการแก้ปัญหา

กิจกรรมที่ 4 การบรรยายเรื่องการใช้แรงงานเด็กในอุตสาหกรรมของประเทศไทย โดย คุณประพันธ์ สิมะสันติ ที่ปรึกษาสมาคม TFFA

          ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ.2560 มีสาระสำคัญคือ การเพิ่มอัตราโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก 3 กรณีด้วยกัน

          กรณีที่ 1 ได้แก่ อายุขั้นต่ำของการจ้างแรงงานเด็ก คือ

  • การจ้างแรงงานเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 15 ปี เข้าทำงานในงานทั่วไป งานเกษตรกรรม
  • การจ้างแรงงานเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 16 ปี ทำงานในงานขนถ่ายสินค้าทางทะเล
  • การจ้างแรงงานเด็กซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในงานประมง

***อุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงาน

องค์ประกอบของการใข้แรงงานเด็ก

  • อายุของเด็ก
  • ประเภทงาน
  • ชั่วโมงการทำงาน
  • ผลกระทบของการทำงานที่มีต่อสุขอนามัยและพัฒนาการ
  • การเข้าถึงทางการศึกษาของเด็ก

ข้อปฎิบัติที่ดีเรื่องแรงงานเด็ก

  • มีกระบวนการพิสูจน์อายุของแรงงานผู้เยาว์ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหาแรงงาน เช่น การตรวจสอบเกี่ยวกับเอกสารที่ใช้ในการรับสมัคร การสัมภาษณ์ลูกจ้างเกี่ยวกับอายุ และข้อปฎิบัติเมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอายุของลูกจ้าง
  • มีนโยบายที่ชัดเจนในการไม่จ้างเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และมีการอธิบายนโยบายดังกล่าวต่อลูกจ้างของตัวเอง และขอความร่วมมือให้ลูกจ้างปฎิบัติตามนโยบาย
  • ส่งเสริมลูกจ้างในสถานประกอบการให้สนับสนุนเด็กในครอบครัวของตนเข้าสู่ระบบการศึกษา

กิจกรรมที่ 5  กิจกกรม Power Walk การไม่เลือกปฎิบัติ โดย คุณอรรถพันธ์ มาศรังสรรค์ ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย

วิธีการเล่น

– ขออาสาสมัคร 10 คน ชาย 4 หญิง 6 (เพิ่ม ลดได้) แล้วให้บทบาทสมมุติ เตรียมบทบาทสมมุติคน 6 ประเภท

1) แรงงานหญิงท้อง 4 เดือน ไม่รู้ว่าใครคือพ่อเด็ก

2) แรงงานหญิงอายุ 15 ปี

3) เป็นโรคเอดส์

4) เคยติดคุก ออกมาได้ 3 เดือน

5) คนสนิทเจ้านาย

6) แรงงานเพศทางเลือก

-ให้ทั้ง 10 คนยืนเรียงหน้ากระดาน  ให้เวลากับบทบาทที่ได้รับ คิดว่าเป็นคนๆ นั้นจริงๆ

คำถาม

1)  ถ้าท่านไปสมัครงาน คิดว่าจะถูกปฏิเสธหรือไม่ ถ้าใช่ให้ก้าวมาข้างหน้า1 ก้าว

2)  ถ้ามีการขโมยในโรงงาน ท่านจะเป็นผู้ต้องสงสัยหรือไม่ ถ้าใช่ให้ก้าวมาข้างหน้า1 ก้าว

3)  ถ้านายจ้างให้ทำ OT ท่านสามารถปฏิเสธได้หรือไม่ ถ้าไม่ใด้ให้ก้าวมาข้างหน้า1 ก้าว

4)  ถ้ามีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ ท่านจะได้รับเชิญร่วมงานหรือไม่ ถ้าไม่ ให้ก้าวมาข้างหน้า1 ก้าว

5)  ถ้าท่านมีปัญหา และเขียนใส่กล่องรับความคิดเห็น ท่านคิดว่าปัญหาของท่านจะได้รับการแก้ไขหรือไม่ ถ้าไม่ให้ก้าวมาข้างหน้า 1 ก้าว

6)  ถ้าหัวหน้างานพิจารณาลงโทษ เรากล้าไปบอกผู้บริหาร หรือไม่ ถ้าไม่ ให้ก้าวมาข้างหน้า1 ก้าว

7)  ถ้ามีการปรับค่าจ้าง ท่านคิดว่าท่านจะได้ปรับหรือไม่ ถ้าไม่ให้ก้าวมาข้างหน้า1 ก้าว

8)  ถ้ามีการส่งไปอบรม ดูงาน ท่านคิดว่าท่านจะได้รับโอกาสหรือไม่ ถ้าไม่ ให้ก้าวมาข้างหน้า1 ก้าว

9)  ถ้าโรงงาน (ล้ง) จำเป็นต้องปลดคนงาน ท่านคิดว่าท่านจะเป็นหนึ่งในกลุ่มนั้นหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ก้าวมาข้างหน้า1 ก้าว

10) ถ้ามีการเลื่อนตำแหน่ง ท่านคิดว่าท่านจะได้รับการเลื่อนหรือไม่ หากคิดว่าได้ ให้ก้าวมาข้างหน้า 1 ก้าว เมื่อหมดคำถาม ให้ลืมตา เฉลยว่า แต่ละคนสวมบทบาทอะไร สอบถามความรู้สึก

ผู้เล่นกิจกรรมรู้สึกอย่างไรในการตอบแต่ละข้อ

1) ความรู้สึกของผู้รับบทแรงงานหญิงท้อง 4 เดือน ไม่รู้ว่าใครคือพ่อเด็ก

           -ไม่มีปัญหาในการทำงาน แค่บริษัทจัดสถานที่ที่เหมาะสมให้ก็เพียงพอ

2) ความรู้สึกของผู้รับบทแรงงานหญิงอายุ 15 ปี

            – รู้สึกว่าเวลาไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับเข้าทำงาน ทำให้รู้สึกเสียโอกาสในการทำงาน

3) ความรู้สึกของผู้รับบทเป็นโรคเอดส์

            -รู้สึกขาดอิกาศในการอบรมต่างๆ เพราะต้องหลีกเลี่ยงผู้คน มีความรู้สึกน้อยใจ ไม่มีความสุขในการทำงานเนื่องจากคนรอบข้างอาจมองว่าเราจะเป็นคนแพร่โรค

4) ความรู้สึกของผู้รับบทเคยติดคุก ออกมาได้ 3 เดือน

            -มีความรู้สึกว่าอาจโดนปฎิเสธการรับเข้าทำงานได้ หรือหากมีปัญหาหรือเกิดเหตุอาจโดนกล่าวหาเป็นคนแรกๆได้ และมีสิทธิ์โดนปลดออกจากบริษัทเป็นกลุ่มแรกก่อนหากบริษัทต้องลดจำนวนพนักงาน

5) ความรู้สึกของผู้รับบทคนสนิทเจ้านาย

          -คิดว่าถ้ามีการเลื่อนตำแหน่งหรือมีการปรับเงินเดือนตัวเองจะได้รับการพิจารณาเป็นคนแรกๆ และมีโอกาศได้ไปอบรมหรือสัมมนานอกสถานที่บ่อยกว่าผู้อื่น

6) ความรู้สึกของผู้รับบทแรงงานเพศทางเลือก

          -คิดว่าในปัจจุบันเพศทางเลือกสามารถเข้าได้กับทุกคน จึงไม่มีปัญหาในการทำงาน สามารถเปิดเผยตัวเองได้อย่างชัดเจน

การเลือกปฎิบัติอาจเกิดขึ้นได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม และอาจเป็นไปโดยไม่ได้เจตนา สถานประกอบการจะต้องกระทำใดๆ ต่อลูกจ้างทุกคนโดยไม่เลือกปฎิบัติ ทั้งในเรื่องการทำงาน เชื้อชาติของลูกข้าง ทั้งที่เป็นคนไทยและแรงงานข้ามชาติ


ข้อปฎิบัติที่ดีเพื่อป้องกันการไม่เลือกปฎิบัติ ได้แก่

1) จัดทำนโยบายการไม่เลือกปฎิบัติในสถานประกอบการ

2) มีมาตรการที่ชัดเจนในการป้องกัน และแก้ไขปัญหา การคุกคาม การล่วงละเมิด ทั้งทางกายและวาจา

3) ในสถานที่ทำงานที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม นายจ้างควรส่งเสริมให้มีกิจกรรมที่สร้างความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรมและประเพณี

4) สร้างความเข้าใจหลักความเท่าเทียมกันในมิติหญิงชายและปฎิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

กิจกรรมที่ 6  การบรรยายเรื่องกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องกับแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี โดยพันจ่าตรีพีระ โชคบุญเจริญ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน

  1. พรบ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 7 พ.ศ.2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2562 มีการเพิ่มหลักการด้านแรงงานที่สำคัญ เช่น -เพิ่มนิยาม “ค่าตอบแทน” และกำหนดเป็นหลักการในกฎหมายเรื่องการจ่ายค่าบอกกล่าวล่วงหน้าก่อนเลิกจ้าง

          -การเปลี่ยนตัวนายจ้างต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

          -ลูกจ้างมีสิทธิลากิจธุระจำเป็นโดยได้รับคต่าจ้างไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อหนึ่งปี 

          -ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลฃาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดกำหนดระยะเวลารวมครรภ์หนึ่งไม่เกิน 98 วัน

          -กำหนดไม่ให้มีการเลือกปฏิบัติระหว่างเพศในงานที่มีคุณค่า

          -เพิ่มค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างที่ทำงานครบ 20 ปี ขึ้นไปเป็น 400 วัน

 

  1. พิธีสาร ส่วนเสริมว่าด้วยแรงงานบังคับ ฉบับที่ 29 ประเทศไทยเพิ่งรับสัตยาบัน เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2562 โดยประเทศไทยจะต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับความผิดฐานแรงงานบังคับมากขึ้น และต้องกำหนดฐานความผิดให้ชัดเจน โดยได้มีการกำหนดความผิดไว้แล้วใน พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 พ.ศ. 2562 (ปัจจุบันมีสถานะเป็นพระราชบัญญัติแล้ว ได้มีการเพิ่มความผิดฐานแรงงานบังคับและโทษร่วมด้วย

 

  1. การรับอนุสัญญา ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคประมง เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 เพื่อแสดงเจตนาการยกระดับมาตรฐานการทำงานบนเรือประมงทั้งแรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติ เช่นการกำหนดชั่วโฒงการทำงาน คุณภาพที่พักอาศัย อาหาร น้ำดื่ม การรักษาพยาบาล ระบบการตรวจแรงงานและความเป็นอยู่บนเรือประมง
  2. อุตสาหกรรมประมงห้ามใช้แรงงานอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยมีกฎกระทรวงกำหนดสถานที่ที่ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงาน พ.ศ.2559 อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล และการทำประมงจึงถูกห้ามใช้แรงงานซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปี  
              -กรณีนักศึกษาฝึกงาน ต่ำกว่า 18 ปี ควรหารือกับสถานศึกษาให้ชัดเจน เพราะสถานประกอบกิจการแปรรูปมีกฎกระทรวงบังคับไว้ และหากต้องการประสบการณ์ก็สามารถให้ทำในอุตสาหกรรมอื่นที่กฎหมายอนุญาตแทนได้  
  3. แนะนำเรื่อง การใช้คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ ควรมาจากการเลือกตั้งที่แท้จริง และควรจัดประชุมอย่างน้อย 3 เดือนครั้ง มีการจัดทำรายงานการประชุมและมีเนื้อหาการจัดประชุมที่ชัดเจน และมีการปฏิบัติเพื่อให้เกิดการปรับปรุง

ตัวอย่างกรณีศึกษาที่น่าสนใจ

-กฎหมายห้ามจ้างเด็กทำงานในอุตสาหกรรมประมง แต่ให้เด็กทำงานอื่นในออฟฟิส ผิดกฎหมายหรือไม่

ตอบ กฎหมายดูลักษณะสถานประกอบกิจการและกิจการเป็นหลัก

-ขายกาแฟโบราณ จ้างหลานตัวเองขายกาแฟอายุ 10 ขวบ ผิดกฎหมายหรือไม่

ตอบ ถึงเป็นลูกหรือหลานแต่เงื่อนไขของอายุไม่ถูกต้อง เข้าข่ายผิดกฎหมายได้

-กรณีบังคับทำ OT เช่น การแจ้งว่าถ้าวันนี้ไม่ทำ OT จะไม่ให้ทำ OT อีก 6 เดือน เป็นการบังคับใช้แรงงานหรือไม่

ตอบ กรณีมีเงื่อนไขผูกผันอาจมีความเสี่ยงได้เพราะต้องเกิดการฝืนใจทำงาน

ข้อมูลเพิ่มเติม องค์กร OECD มีประเทศสมาชิกทั้ง USA และ EU ได้มากำหนดกับรัฐบาลไทยให้ออกแผนระดับชาติเพื่อให้ไทยนำหลักการหลายด้านมาใช้ เช่น การ CSR ด้านแรงงาน ซึ่งได้กำหนดให้ลงถึงห่วงโซ่ซับพลายเชนของสถานประกอบกิจการ