รายงานการดำเนินการของอุตสาหกรรมทูน่าไทย ในปี 2561 เพื่อต่อต้านการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และการค้ามนุษย์


ในปี 2561 ภาครัฐและภาคเอกชนไทยได้มีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานทาสในสินค้าประมง โดยการออกกฎหมายใหม่ที่รัดกุมและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันจำนวนมาก และดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาแรงงานบังคับและการค้ามนุษย์ ซึ่งการดำเนินการนั้นส่งผลให้ในปี 2561 ที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ประกาศจัดอันดับไทยจาก Teir 2 Watch list ขึ้นเป็น Teir 2 เพราะเล็งเห็นถึงความพยายามในการดำเนินการของประเทศไทย ทั้งเรื่องการออกกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย นอกจากนี้ไทยยังได้ลงนามให้สัตยาบันพิธีสาร ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติยังได้อนุมัติให้ไทยลงสัตยาบันอนุสัญญา ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคประมง อีกด้วยเพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหาสถานการณ์ด้านแรงงานในประเทศไทยอย่างจริงจัง

        ในส่วนของอุตสาหกรรมทูน่านั้น ไม่มีการใช้แรงงานบังคับและแรงงานทาสในกระบวนการผลิต อีกทั้งยังมุ่งมั่นส่งเสริมให้ห่วงโซ่การผลิตดำเนินการด้านแรงงานในทิศทางที่สอดคล้องกับหลักการของสมาคมด้วย

ข้อมูลการดำเนินการต่อปัญหาการค้ามนุษย์ของสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยนำเสนอ 5 ส่วน ดังนี้

ส่วนที่ 1 วัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมมาจากการนำเข้า

ส่วนที่ 2 การควบคุมห่วงโซ่อุปทานของกระบวนการผลิต

ส่วนที่ 3 การนำแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี (ILO-GLP) ไปใช้ในอุตสาหกรรมทูน่าไทย

ส่วนที่ 4 การส่งเสริมหลักการ UN Human Rights ตามหลักการวาระแห่งชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ส่วนที่ 5 ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และ NGOs ด้านแรงงาน


ส่วนที่ 1 วัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมมาจากการนำเข้า อัพเดทข้อมูลตาราง

วัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมปลาทูน่าของไทย ส่วนใหญ่มาจากการนำเข้าปีละประมาณ 7 แสนตัน  โดยพบว่าในปี 2018 มีการนำเข้าสูงสุด 3 ลำดับแรก จากไต้หวัน เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา ดังตาราง

Table : Thai Imports of Frozen Whole Round Tuna from the World in 2016-2018

Source: www.moc.go.th,  Prepared by Thai Tuna Industry Association


ส่วนที่ 2 การควบคุมห่วงโซ่อุปทานของกระบวนการผลิต

          สมาคมฯ มีนโยบายและมาตรการในการควบคุมห่วงโซ่อุปทานในกระบวนการผลิตของสถานประกอบการสมาชิก เพื่อป้องกันการใช้แรงงานบังคับ แรงงานทาสในโรงงานทูน่าของสมาชิก ดังนี้

2.1 นโยบายสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยด้านจริยธรรมในการปฏิบัติต่อแรงงาน

การเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยกำหนดให้บริษัทต้องยื่นหนังสือยืนยันการประกาศเจตนารมณ์ว่า บริษัทฯ ยินดีปฏิบัติตามนโยบายด้านจริยธรรมในการปฏิบัติต่อแรงงาน (Ethical Code of Conduct) 8 ข้อ ซึ่งอ้างอิงตามกฎหมายแรงงานไทย ดังนี้

  1. ไม่ใช้แรงงานเด็ก (No Child Labour) ไม่มีคนงานอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้ามามีส่วนร่วม หรือได้รับการการจ้างงานในโรงงานแปรรูป ในการสรรหาผู้สมัคร คนงานทุกคนจะต้องแสดงหนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาล บัตรประจำตัวและ/หรือใบอนุญาตทำงานเพื่อใช้ในการตรวจสอบอายุและความถูกต้องในการทำงานตามลำดับ
  2. ไม่ใช้แรงงานบังคับ (No Forced and Compulsory Labour) ไม่มีการเรียกร้องให้แรงงานจ่ายเงินมัดจำ หรือค่าธรรมเนียมการสมัครแก่บริษัท ทางบริษัทจะต้องไม่ยึด เก็บหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวและ/ หรือใบอนุญาตทำงานของคนงาน บริษัทจะต้องไม่ถือครอบครองเงินเดือนและไม่ขัดขวางสิทธิประโยชน์อื่นใดของคนงาน
  3. ไม่เลือกปฏิบัติ (No Discrimination) บริษัทจะไม่อนุญาตให้แสดงพฤติกรรมที่ชี้ให้เห็นถึงการคุกคาม การเลือกปฏิบัติ หรือการข่มขู่ใด ๆ บริษัทจะต้องมีการดำเนินงานให้การศึกษาและการฝึกอบรมในเรื่องสิทธิมนุษยชนขึ้นพื้นฐานแก่บุคลากรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลคนงานและการฝึกซ้อมความปลอดภัย บริษัทจะต้องมีพื้นที่กลไกในการจัดการการร้องทุกข์เพื่อให้คนงานมั่นใจว่าได้รับการปฏิบัติอย่างยุติธรรม
  4. เสรีภาพในการสมาคมและสิทธิในการร่วมเจรจาต่อรอง (Freedom of Association and Right to Collective Bargaining) ในฐานะที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายไทย บริษัทควรจะเคารพสิทธิเสรีภาพของคนงานในการสมาคมและการร่วมเจรจาต่อรอง
  5. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Health and Safety) บริษัทจะต้องให้ความกังวลและความสำคัญขั้นสูงสุดในเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยทางด้านวิชาชีพของคนงาน อย่างน้อยที่สุดจะต้องปฏิบัติตามข้อเรียกร้องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกข้อ ซึ่งรวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันตัวที่จำเป็น โดยจัดเป็นค่าใช้จ่ายของนายจ้าง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น และการให้ความช่วยเหลือในขั้นตอนติดตามการรักษาพยาบาล
  6. การปฏิบัติตามวินัย (Disciplinary Practices) บริษัทจะต้องไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือยอมให้มีการลงโทษโดยทำร้ายร่างกาย จิตใจ หรือใช้คำพูดดูถูกเหยียดหยามคนงาน และจะต้องไม่มีการหักเงินค่าจ้างจากคนงานเมื่อทำผิดระเบียบวินัย
  7. ค่าตอบแทน (Remuneration) จะต้องมีการจ่ายค่าจ้างรายวันขั้นต่ำเต็มจำนวนแก่คนงานทุกคนตามกฎหมายไทย ในส่วนของค่าจ้างการทำงานนอกเวลาจะต้องจ่ายในอัตราพิเศษเป็นที่ยอมรับตามที่กฎหมายไทยระบุ
  8. สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ (Welfare and Benefit) คนงานและทางบริษัทจะต้องร่วมกันจ่ายประกันสังคมตามที่กฎหมายแรงงานไทยกำหนด เพื่อมั่นใจได้ว่าคนงานทุกคนมีสิทธิ์ได้รับหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ บริษัทจะต้องจดทะเบียนโครงการคนงานทุกคนตั้งแต่วันแรกของการจ้างงาน สำหรับช่วงที่หลักประกันสุขภาพแห่งชาติยังไม่มีผลบังคับใช้ บริษัทต้องจัดให้มีการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายที่เพียงพอเพื่อช่วยเหลือการได้รับบาดเจ็บจากการทำงานหรือการเจ็บป่วยต่างๆ

2.2 มาตรการด้านจริยธรรมต่อ Supply Chain  

สมาคมฯ มีนโยบายให้สมาชิกดูแลอุตสาหกรรมต่อเนื่องดั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อให้มีการปฏิบัติด้านจริยธรรมแรงงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 

2.3 การกำหนดระเบียบเพิ่มเติมกับสมาชิก TTIA

ในปี 2559 สมาคมฯ ได้กำหนดระเบียบให้สมาชิก ต้องได้รับการตรวจรับรอง Dolphin Safe Program จาก Earth Island Institute (EII) และกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในการรับสมัคร โดยสมาชิกต้องให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี Good Labour Practice (GLP) เพื่อเป็นการควบคุมให้สมาชิกปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงานสากลและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ดังนี้

  1. บริษัทฯต้องมีหนังสือยืนยันการประกาศเจตนารมณ์ในการเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย (Thai Tuna Industry Association) ว่าบริษัทฯ ยินดีสนับสนุนการปฏิบัติตามนโยบายของสมาคมฯ ดังนี้

1.1 นโยบายด้านความปลอดภัยอาหาร (Food Safety)

1.2 นโยบายด้านการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม และนโยบายการทำประมงอย่างยั่งยืน (IUU Fishing Policy and Sustainability Policy)

1.3 นโยบายด้านจริยธรรมในการปฏิบัติต่อแรงงาน (Ethical Code of Conduct)

  1. สมาชิกสามัญและวิสามัญประเภทที่มีการค้าสินค้าทูน่า จะต้องผ่านการตรวจรับรอง Dolphin Safe Program จาก EII
  1. สมาชิกสามัญต้องผ่านการตรวจรับรอง Good Manufacturing Practice (GMP) และ Hazard Analysis and Critical Control Point Critical (HACCP) จากหน่วยงานภาครัฐ หรือ องค์กรเอกชนที่ได้รับการรับรอง
  2. สมาชิกสามัญและวิสามัญประเภทโรงงานจะต้องให้ความร่วมมือในการดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี Good Labour Practice (GLP) โดยสมาคมฯ จะมีเจ้าหน้าที่ไป GLP Visit อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  1. สมาชิกวิสามัญ ประเภทที่มีการค้าสินค้าทูน่า ต้องให้คำมั่นว่าจะต้องซื้อผลิตภัณฑ์ทูน่าจากสมาชิกสามัญของสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยเท่านั้น และจะต้องแสดงเอกสารอื่นใด ที่สามารถยืนยันได้ว่าการสั่งซื้อดังกล่าว ได้จัดซื้อจากสมาชิกสามัญของสมาคมฯ จริง มอบให้แก่เจ้าหน้าที่สมาคมฯ เพื่อการตรวจสอบดูแล เมื่อเจ้าหน้าที่ร้องขอ โดยไม่ชักช้า
  2. สมาชิกสามัญและวิสามัญจะต้องปฏิบัติตามนโยบาย และมติอื่นใด ทั้งที่ได้มีอยู่และจะออกมาในภายหลัง เพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมทูน่าไทย อย่างเคร่งครัด

2.4 การดำเนินการของสมาคมฯ ต่อสมาชิกเพื่อป้องกันการค้ามนุษย์

2.4.1 สมาคมฯ จัดประชุมสมาชิก เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตามสถานการณ์ด้านแรงงาน

สมาคมฯ มีการจัดประชุมกับสมาชิกทุก 2 เดือน เพื่อหารือและรายงานประเด็นปัญหาด้านแรงงาน ข้อมูลการติดตามกฎหมาย ระเบียบ ความเคลื่อนไหวด้านการประชุมแรงงานที่สำคัญจากภาครัฐ NGOs และภาคประชาสังคม การแก้ไขสถานการณ์แรงงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาชิก  ตลอดจนการรณรงค์ เชิญชวนให้สมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ดีด้านแรงงาน

2.4.2 การดำเนินกิจกรรม TTIA GLP Visit

สมาคมฯ ได้ดำเนินการติดตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มขึ้นเมื่อปี 2556 ร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย โดยภายหลังโครงการสิ้นสุดลงเมื่อปี 2558 ทางสมาคมฯ ได้จัดกิจกรรม TTIA GLP Visit ให้กับสมาชิก ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกดำเนินการปฏิบัติด้านแรงงานที่ดีตามหลักการส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง และเป็นการติดตามผลการนำ GLP ไปใช้ ตลอดจนเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่อง GLP ให้กับสมาชิกใหม่ด้วย

           การจัดกิจกรรม TTIA GLP Visit

(1)คู่มือการติดตาม GLP สมาคมฯ ได้ปรับคู่มือการติดตามผลการดำเนินการ GLP กับสมาชิก

อ้างอิงจาก คู่มือ ILO-GLP Good Labour Practices Guidelines for Packaging and Processing Factories in The Shrimp and Seafood Industry of Thailand: GLP/Processing Plants  โดยความร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ขั้นตอนดำเนินการ GLP Visit มีดังนี้

– สมาคมฯ จัดกิจกรรม GLP Visit กับสมาชิกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

– สมาคมฯ ใช้คู่มือ GLP Visit และใช้ผล TTIA GLP Visit จากครั้งก่อน ในการติดตามผลการปรับปรุง

– เข้าเยี่ยมชมโรงงาน และไลน์การผลิตของสมาชิก

– สัมภาษณ์ตัวแทนฝ่ายนายจ้าง และสุ่มตัวแทนฝ่ายลูกจ้างเพื่อเก็บข้อมูล การบริหารจัดการและวงจรชีวิตของลูกจ้าง เก็บข้อมูลตามหลัก GLP กฎหมายแรงงาน และการทำงานของคณะกรรมการสวัสดิการฯ

– ขอเอกสาร หลักฐานเพิ่มเติม ประกอบการพิจารณา

– จัดทำรายงานสรุปส่งถึงสมาชิกเป็นรายบริษัท และจัดทำรายงานประจำปีในภาพรวมอุตสาหกรรม

            สรุป การดำเนินกิจกรรม GLP นั้นจะทำให้สมาชิกตระหนักและปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติด้านแรงงานที่ดีอย่างสม่ำเสมอ ได้รับทราบสถานการณ์และกฎระเบียบด้านแรงงานที่ต่อเนื่อง มีการแลกเปลี่ยนความรู้ในการแก้ไขปัญหาด้านแรงงานและการพัฒนาด้านสวัสดิการให้ดีขึ้น

มีการจัดทำนโยบายและเพิ่มการสื่อสาร อบรม ประชาสัมพันธ์ให้แรงงานข้ามชาติได้รับทราบข้อมูล สิทธิ หน้าที่ของตน อีกทั้งทำให้สมาชิกมีการพัฒนาด้านความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างผ่านคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ โดยแรงงานข้ามชาติมีส่วนร่วม


ส่วนที่ 3 การนำแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี (ILO-GLP) ไปใช้ในอุตสาหกรรมทูน่าไทย

สมาคมฯ ได้เข้าร่วมในโครงการต่อต้านรูปแบบการทำงานที่ไม่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเล (Combatting Unacceptable Forms of  Work in the Thai Fishing and Seafood Industry) หรือเรียกชื่อย่อว่า “Ship to Shore Right” ซึ่งโครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสหภาพยุโรป ซึ่งสมาคมฯ ได้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการกำกับติดตามโครงการฯ และเข้าร่วมเป็นคณะทำงานด้วย ซึ่งมีการแบ่งคณะทำงานเป็น 2 ชุด ดังนี้

คณะทำงานชุดแรก ทำหน้าที่รับผิดชอบด้านกฎหมาย นโยบายขับเคลื่อนในเรื่องการรับอนุสัญญา ILO C188 ว่าด้วยการทํางานในภาคการประมง ค.ศ. 2007 และ พิธีสารภายใต้อนุสัญญา P29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ และงานด้านสิทธิของแรงงาน โดยมีการปรับแก้เนื้อหาใน พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ให้มีความชัดเจนขึ้น และได้นำเสนอ ร่างพรบ.ป้องกันการใช้แรงงานบังคับ พ.ศ….. ขึ้น นอกจากนี้ มีการนำเสนอผลการวิจัยเรื่องประสิทธิผลของช่องทางการทำบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างงาน (MOU) ในอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเล ซึ่งพบปัญหา การนำเข้า MOU มีราคาสูง ประเทศต้นทางดำเนินการล่าช้า  เจ้าของเรือปรับตัวตามกฎหมายไม่ทัน ปัญหากรอบกฎหมายสูงเกินกว่าภาคธุรกิจรับไหว มีการลงโทษที่รุนแรง รวมถึงมีการแนะนำให้สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และรัฐบาลไทย ดำเนินการในการแก้ปัญหาการนำเข้าแรงงานจากประเทศต้นทาง  เป็นต้น

คณะทำงานชุดที่สอง ทำหน้าที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมาย การตรวจแรงงาน การอบรมเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงาน ซึ่งทำให้ผู้ใช้แรงงานและเครือข่ายแรงงานต่างด้าวได้รับประโยชน์เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการสนับสนุนและส่งเสริมให้ภาคเอกชน/ นายจ้าง นำแนวทางปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี Good Labour Practice (GLP) ไปใช้ในองค์กร

สำหรับการทำงานในคณะทำงานชุดที่สองนั้น สมาคมฯ ได้ร่วมกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย (TFFA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี ให้เกิดความน่าเชื่อถือ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินการต่อสาธารณะ มีกำหนดระยะเวลาโครงการเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2561 – 30 ธันวาคม 2562 มีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้

การดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี ILO-GLP ในปี 2561

-การพัฒนาคู่มือ GLP และแบบฟอร์มการติดตามให้มีประสิทธิภาพและทันสมัย ร่วมกับกระทรวงแรงงาน

-การสรรหาผู้เชี่ยวชาญเพื่อดำเนินการติดตาม GLP ในสถานประกอบการ และเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ และจัดทำรายงานประจำปีในภาพรวมของอุตสาหกรรม

-ปรับขั้นตอนการติดตามผล ขั้นตอนการดำเนินการ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

-การผลักดันกลไกคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ

-การจัดอบรม GLP ให้กับสถานประกอบการ โดยเชิญผู้ซื้อเข้ามาร่วมด้วย

-การใช้กลไกการรับข้อร้องเรียน

-การประเมินผลการดำเนินโครงการ GLP กับสมาชิก

-การนำ GLP ไปใช้ติดตามกับห่วงโซ่อุปทาน

-การจัดประชุมร่วมกับภาคประชาสังคม

-การประชาสัมพันธ์การดำเนินการโครงการในรูปแบบต่างๆ เช่น นำเสนอเป็นคลิป VDO

ในปี 2561 สมาคมฯ ได้ทำ GLP Pre-Test Check list โดยสุ่มตัวแทนสมาชิกจำนวน 3 โรงงาน ร่วมกับที่ปรึกษาโครงการ และเจ้าหน้าที่ประเมินจาก ILO เพื่อให้มีความพร้อมในการใช้คู่มือฉบับใหม่ในการติดตามสมาชิกในปี 2562

ภาพประกอบ   
ด้านซ้าย : การเข้าทำ GLP Pre-Test Check list ที่โรงงานสมาชิก จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2561
ด้านกลาง : การเข้าทำ GLP Pre-Test Check list ที่โรงงานสมาชิก จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561
ด้านขวา : การเข้าทำ GLP Pre-Test Check list ที่โรงงานสมาชิก จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561

           สรุป การดำเนินกิจกรรม GLP-ILO ในปี 2562 นั้นทางสมาคมฯ จะนำข้อชี้แนะจาก ILO ไปใช้ในอุตสาหกรรมทูน่าและผลักดันให้ถึงซับพลายเชนต่อไป และมีการปรับประสิทธิภาพในการนำ GLP ไปปรับใช้โดยพัฒนาคู่มือ วิธีการ แนวคำถาม การใช้กลไกการร้องเรียน และการใช้คณะกรรมการสวัสดิการให้มีประสิทธิภาพอีกด้วย

– TTIA ร่วมประชุมคณะทำงานภายใต้โครงการ Ship To Shore Right เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561

ภาพ การประชุมคณะทำงานโครงการ Ship to Shore Right วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561

– TTIA ร่วมงานเปิดตัวข้อค้นพบงานวิจัยข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแรงงานประมงและอาหารทะเลในประเทศไทย และเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกำกับติดตาม
โครงการ Ship To Shore Right วันที่ 7 มีนาคม 2561

ภาพ การร่วมงานเปิดตัวข้อค้นพบงานวิจัยข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับแรงงานประมงและอาหารทะเลในประเทศไทย
และการประชุมคณะทำงานโครงการ Ship to Shore Right วันที่ 7 มีนาคม 2561

– TTIA ร่วมประชุมคณะทำงานภายใต้โครงการ Ship To Shore Right เพื่อพิจารณาการจัดตั้งคณะกรรมการ GLP ร่วมปรับคู่มือ
และออกแบบ Check list ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น วันที่ 17 พฤษภาคม 2561

ภาพ การประชุมพิจารณาคู่มือ GLP และการออก Check list วันที่ 17 พฤษภาคม 2561

– TTIA ร่วมประชุมคณะทำงานร่วม ด้านกรอบงานด้านกฎหมาย นโยบายและการกำกับดูแล และการเข้าถึงบริการสนับสนุนแรงงานและเหยื่อของการทารุณแรงงานและ
ด้านการตรวจสอบด้านแรงงาน การบังคับใช้และแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี ภายใต้โครงการ Ship To Shore Right วันที่ 17 กันยายน 2561

ภาพ การประชุมคณะทำงานโครงการ Ship to Shore Right วันที่ 17 กันยายน 2561

-สมาคมฯ ให้สัมภาษณ์เพื่อถ่ายทำ VDO ภายใต้โครงการ Ship to Shore Rights ของ ILO ในประเด็นเรื่อง
การขจัดการใช้แรงงานบังคับในอุตสาหกรรมประมง เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2561

          เลขาธิการสมาคมฯ ได้ให้สัมภาษณ์ข้อมูลที่สำคัญ เช่น การส่งเสริมให้เกิดการใช้แรงงานที่ดีทั้งการให้สมาชิกปฏิบัติตาม Ethical Standard ซึ่งมีประเด็นเรื่องการไม่ใช่แรงงานบังคับ การไม่เลือกปฏิบัติ และความเท่าเทียม และการสนับสนุนให้ใช้คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการเป็นช่องทางเจรจาต่อรองโดยแรงงานข้ามชาติเข้ามามีส่วนร่วม, การส่งเสริมให้สมาชิกนำแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดี GLP ไปใช้ในสถานประกอบกิจการ, การทำงานร่วมกับ NGOs ส่งเสริมให้มีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกันเพื่อใช้คณะกรรมการสวัสดิการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมี NGOs เข้ามาให้คำแนะนำให้กับแรงงานข้ามชาติด้วย

ภาพ การให้สัมภาษณ์ ILO เรื่องการขจัดการใช้แรงงานบังคับในอุตสาหกรรมประมง วันที่ 30 สิงหาคม 2561

            สรุป ความร่วมมือของสมาคมฯ กับ ILO ภายใต้โครงการต่อต้านรูปแบบการทำงานที่ไม่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมประมงและอาหารทะเล นั้นได้ช่วยพัฒนาภาพรวมด้านแรงงานของอุตสาหกรรมทูน่า ให้มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพทั้งการดำเนินการด้าน GLP รวมถึงกลไกการรับข้อร้องเรียน และการใช้คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

            นอกจากนี้ยังส่งผลให้ประเทศไทยให้ความสำคัญด้านการแก้ไขปัญหาแรงงานจนมีการลงนามให้สัตยาบันพิธีสาร ฉบับที่ 29 ว่าด้วยแรงงานบังคับ และการอนุมัติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ไทยลงสัตยาบันอนุสัญญา ฉบับที่ 188 ว่าด้วยการทำงานในภาคประมง อีกด้วยซึ่งเป็นเป้าหมายหลักอย่างหนึ่งของโครงการ

ส่วนที่ 4 การส่งเสริมหลักการ UN Human Right ตามหลักการวาระแห่งชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

             จากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 ประกาศให้เรื่อง“สิทธิมนุษยชน” เป็นวาระแห่งชาติ และตั้งใจร่วมมือกับกลไกพิเศษของสหประชาชาติ จึงเชิญคณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนมาเยือนไทย เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการนำ UNGP Guiding Principles on Business and Human Rights ไปปฏิบัติ โดยมีหลักพื้นฐานของ UNGP ประกอบด้วย 1) ปกป้อง (Protect) เป็นหน้าที่ของรัฐ 2) เคารพ (Respect) บริษัทเอกชนมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศที่มีไว้เพื่อปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และ 3) เยียวยา (Remedy) ผู้เสียหายสามารถเข้าถึงการเยียวยา โดยผ่านกระบวนการยุติธรรมที่รัฐจัดให้ และบริษัทเอกชนมีความรับผิดชอบในระดับบริษัท ในการจัดให้มีกระบวนการปรึกษาหารือ

               -คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนกรุงเทพฯเยือนประเทศไทย เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2561 (โดยการเชิญของรัฐบาลไทย ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม – 4 เมษายน 2561)

ภาพประกอบ คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนเยือนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย วันที่ 28 มีนาคม 2561

             ในการมาเยือนไทยนั้นสมาคมฯ ได้เสนอข้อมูลการดำเนินงานด้านการปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งสมาคมได้ทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน อาทิ ILO, NGOs, รัฐ, buyer โดยมีหลักการว่ารับฟังปัญหาแล้วนำมาพัฒนาปรับปรุงแก้ไขร่วมกัน โดย 4-5 ปีที่ผ่านมาได้ทำครอบคลุมประเด็น Human Rights, due diligence และ complaint mechanism

             ซึ่งวันที่ 4 เมษายน 2561 คณะทำงานสหประชาชาติได้มีการแถลงการณ์สิ้นสุดการเยือนประเทศไทยโดยคณะทำงานสหประชาชาติได้กล่าวชื่นชมการดำเนินการของสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยดังนี้ “….เรามีความยินดีกับการดาเนินการอย่างเฉียบขาดของรัฐบาลในการกาหนดให้มีการจดทะเบียนเรือประมงพาณิชย์ทุกลา มีระบบใหม่ในการควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออกจากท่าและการตรวจแรงงานที่รัดกุมเข้มแข็งขึ้น และการเพิ่มโทษปรับสาหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและประมง “นอกจากนี้ยังมีการดาเนินการโดยสมาคมอุตสาหกรรมที่นาโดยสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยที่กาหนดให้สมาชิกต้องรับหลักจรรยาบรรณ ว่าด้วยการปฏิบัติด้านแรงงานที่มีจริยธรรม รวมถึงการให้คามั่นที่จะติดตามตรวจสอบการปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานของผู้จัดหาสินค้า” หน่วยงานรัฐและสมาคมธุรกิจยังได้เปิดช่องทางสาหรับการปรึกษาหารือกับสหภาพแรงงานและองค์กรของแรงงานข้ามชาติอีกด้วย….

              เราสังเกตว่าความเสี่ยงของการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ยังปรากฏในภาคอุตสาหกรรมอื่นในประเทศไทยด้วย เช่น ภาคการเกษตรและการก่อสร้าง ที่มีแรงงานข้ามชาติทางานเป็นจานวนมาก เราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลนามาตรการที่ใช้กับภาคการประมงมาดาเนินการดูแลสภาพแรงงานในภาคอุตสาหกรรมอื่น และพิจารณากาหนดให้ธุรกิจในภาคที่มีความเสี่ยงสูงให้ทาการตรวจสอบและรายงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ….” แถลงโดย Mr.Dante Pesce (ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.ohchr.org/EN/NewsEvents/Pages/DisplayNews.aspx?NewsID=22915&LangID=E) 

               สมาคมฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยได้ศึกษาแนวทางในการนำหลักการชี้แนะเรื่องธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) มาดำเนินการเน้นในข้อ 28 – 30 ดังนี้

การร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ตามหลักการวาระแห่งชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เช่น

              -เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ การขับเคลื่อนหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

               เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 เลขาธิการสมาคมฯ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในช่วงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่อง “การนำหลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติไปใช้ในภาคธุรกิจ” ในงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ “การปฎิบัติตามหลักการชี้แนะฯ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” ณ รร.ดุสิตธานี จัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ภาพประกอบ สมาคมฯ เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ การขับเคลื่อนหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                 -ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวิพากษ์ร่างแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (National Action Plan on Business and Human Rights: NAP) ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น จัดโดย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2561  มีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคมเข้าร่วม

ภาพประกอบ สมาคมฯ เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ การขับเคลื่อนหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

               -ร่วมประชุมกับองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ OECD ภายใต้โครงการ Fostering Responsible Business Conduct จัดโดย กระทรวงต่างประเทศ

                วันที่ 20 กันยายน 2561 OECD องค์กรภายใต้สหประชาชาติได้นำเสนอหลักการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ (Responsible Business Conduct – RBC) โดยเชิญภาคธุรกิจให้เข้าร่วมประชุมในหลักการความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม เช่น การปฏิบัติตามหลักมนุษยชนของสหประชาชาติ การไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรม และต้องการจะพัฒนาศักยภาพของหน่วยงานภาคเอกชน โดยการปฏิบัติตามหลักการ UNGP

ภาพประกอบ ประชุมกับองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ OECD ภายใต้โครงการ  
Fostering Responsible Business Conduct จัดโดย กระทรวงต่างประเทศ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2561

               -ร่วมงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ การเข้าถึงกระบวนการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ ตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 สมาคมฯ เข้าร่วมการสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง”การเข้าถึงกระบวนการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ ตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” ณ รร.อนันตรา ริเวอร์ไซด์ จัดโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) วัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights) โดยเฉพาะการเข้าถึงการเยียวยาให้้เกิดผลในทางปฏิบัติในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ในงานดังกล่าวเลขาธิการสมาคมฯ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายในช่วงบ่าย เรื่อง”กลไกกระบวนการร้องทุกข์ที่ไม่ใช่กระบวนการยุติธรรมในการคุ้มครองและเยียวยา ที่มีประสิทธิภาพ (non-judicial mechanisms)”

ภาพประกอบ ร่วมงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ การเข้าถึงกระบวนการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ ตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่า
ด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

              -ร่วมประชุม UN HUMAN RIGHTS ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ 26-28 พฤศจิกายน 2561 จัดโดยองค์การสหประชาชาติ นครเจนีวา

การประชุมในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 ดร.ชนินทร์ นายกสมาคมฯ ได้นำเสนอหัวข้อ “Human rights-based sustainable fisheries: an experience from the Thai Tuna Industry” บนเวทีในงาน The seventh annual Forum on Business and Human Rights, โดยการเชิญของกระทรวงการต่างประเทศ และได้นำเสนอผลงานของสมาคมฯ ในการนำหลักการ UNGP ไปปรับใช้ในอุตสาหกรรมทูน่าไทย

ภาพประกอบ ประชุม UN HUMAN RIGHTS ณ นครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ 26-28 พฤศจิกายน 2561

ส่วนที่ 5 ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และ NGOs ด้านแรงงาน

5.1 การดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ร่วมกับภาครัฐ

               ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ระหว่างสมาคมฯ กับภาครัฐ  สมาคมฯ ให้ความร่วมมือด้านแรงงานกับภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้ง โดยสมาคมเอง และผ่านทางสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาพันธ์ผู้ผลิตสินค้าประมงไทย  หน่วยงานภาครัฐสำคัญมี 8 กระทรวง คือ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม โดยการเข้าร่วมประชุมให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นและปัญหาด้านแรงงาน อาทิ เช่น

– TTIA ร่วมประชุมหารือระดับชาติสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคต่อต้านการค้ามนุษย์

ภาพประกอบ การประชุมหารือระดับชาติสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคต่อต้านการค้ามนุษย์
เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 จัดโดย กระทรวงแรงงาน

– TTIA ร่วมประชุมคณะทำงานเพื่อติดตามและรวบรวมข้อมูลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กแรงงานบังคับในกลุ่มสินค้าประเภทกุ้งและปลา
ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2561 จัดโดยกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน

ภาพประกอบ การประชุมคณะทำงานเพื่อติดตามและรวบรวมข้อมูลการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานเด็กแรงงานบังคับในกลุ่มสินค้าประเภทกุ้งและปลา
ครั้งที่ 1/2561 วันที่ 11 กันยายน 2561 จัดโดยกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน

– TTIA ร่วมประชุมคณะทำงานดำเนินงานแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีสำหรับโรงงานแปรรูปในอุตสาหกรรมแปรรูปกุ้งและอาหารทะเลในประเทศไทย
ครั้งที่ 1 /2561 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 จัดโดยกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน

ภาพประกอบ การประชุมคณะทำงานดำเนินงานแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีสำหรับโรงงานแปรรูปในอุตสาหกรรมแปรรูปกุ้งและอาหารทะเลในประเทศไทย
ครั้งที่ 1 /2561 เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 จัดโดยกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน

5.2 ความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM)

                 ปี 2561 สมาคมฯ ได้เริ่มมีความร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เพื่อส่งเสริมให้สมาชิกนำหลักการการจัดหาแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นธรรมตามหลักสากลไปพัฒนาต่อในสถานประกอบการของสมาชิก โดยมีความร่วมมือและการหารือ ดังนี้

-สมาคมฯ ได้ร่วมประชุมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน
เพื่อหาแนวทางอบรมให้สมาชิกในเรื่องการจัดหาแรงงานข้ามชาติที่เป็นธรรม วันที่ 7 กันยายน 2561

ภาพ การหารือเพื่อเตรียมอบรมเรื่อง การจัดหาแรงงานข้ามชาติที่เป็นธรรม
ให้กับสมาชิก TTIA วันที่ 7 กันยายน 2561

-สมาคมฯ และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานร่วมกันจัดโครงการอบรม “การจัดหาแรงงานข้ามชาติที่เป็นธรรม”
วันที่ 14 ธันวาคม 2561 จัดที่สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย

ภาพ การจัดอบรมการจัดหาแรงงานข้ามชาติที่เป็นธรรม วันที่ 14 ธันวาคม 2561

           สรุป การอบรมการจัดหาแรงงานข้ามชาติที่เป็นธรรม ได้มีการนำเสนอมุมมองตามหลักสากลเรื่องความรับผิดชอบด้านค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงานข้ามชาติเพื่อมาทำงานในประเทศไทย และการให้ความสำคัญถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในประเทศต้นทางของแรงงาน โดยภายหลังความร่วมมือการจัดอบรมการจัดหาแรงงานข้ามชาติที่เป็นธรรม ทาง IOM ได้เสนอโครงการประเมินบริษัทจัดหางานที่เป็นธรรม เพื่อส่งเสริมความโปร่งใสในกิจการจัดหางานระหว่างประเทศ และสนับสนุนหลักการให้ผู้ว่าจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (International Recruitment Integrity System:IRIS) ซึ่งหากมีสมาชิกให้ความสนใจก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่ปี 2562 นี้เป็นต้นไป

-ร่วมประชุม ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อขจัดการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับในกลุ่มชาวประมง ณ เมืองบาหลี อินโดนีเซีย 26-29 พฤศจิกายน 2561 จัดโดย ILO จาการ์ต้า

          เลขาธิการสมาคมฯ ได้รับเชิญขึ้นเวทีเสวนาในประเด็นเรื่อง ความเปลี่ยนแปลง 5 ปี ที่ผ่านมากับประเด็นการค้ามนุษย์ ซึ่งได้ให้ข้อมูลการดำเนินการของสมาคมฯ ที่มีการนำทูน่าเข้าร้อยละ 95 และส่งออกถึงร้อยละ 98 และอุตสาหกรรมทูน่าใช้ปลาที่จับจากเรือใหญ่จึงไม่พบปัญหาการค้ามนุษย์

          โดยใน 5 ปีนี้สมาคมฯ ได้กำหนดหลัก Ethical Standard 8 ข้อ เพื่อให้สมาชิกปฏิบัติตามด้านแรงงานอาทิ ไม่ใช้แรงงานเด็ก ไม่ใช้แรงงานบังคับ ไม่มีการเลือกปฏิบัติ และการสนับสนุนให้สมาชิกนำแนวปฏิบัติด้านแรงงานที่ดีไปปฏิบัติในสถานประกอบการ โดยมีความร่วมมือกับ ILO และ NGOs ในการดำเนินการส่งเสริมให้นำไปใช้กับห่วงโซ่ของแต่ละบริษัท

          นอกจากนี้มีการส่งเสริมให้สมาชิกผลักดันใช้คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพและมีแรงงานข้ามชาติเข้าร่วมด้วยเพื่อให้สอดรับกับหลักการเสรีภาพในการสมาคม  

ภาพ ประชุมระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อขจัดการค้ามนุษย์และ
แรงงานบังคับในกลุ่มชาวประมง ณ เมืองบาหลี อินโดนีเซีย 26-29 พฤศจิกายน 2561

5.3 การดำเนินการร่วมกันกับองค์กรไม่แสวงหากำไร

              สมาคมฯ ได้ทำงานร่วมกับกลุ่ม NGOs ซึ่งมีส่วนในการทำให้อุตสาหกรรมเกิดการพัฒนาด้านจริยธรรมต่อแรงงาน เช่น การนำเอาข้อร้องเรียน ปัญหาต่างๆ หรือข้อแนะนำที่ได้รับ มาปรับปรุง การประชุมหารือแลกเปลี่ยนความเห็นร่วมกัน อาทิเช่น เครือข่ายสิทธิแรงงานข้ามชาติ (Migrant Worker Rights Network: MWRN) องค์การ PLAN International Thailand และเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (Migrant Working Group: MWG) โดยมีความร่วมมือในปี 2561 ดังนี้

              5.3.1 โครงการอบรม BSCI โดยทุนสนับสนุนจาก KESKO

              ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2559 สมาคมฯ ได้ร่วมกับองค์การ PLAN International Thailand จัดโครงการอบรม BSCI (The Business Social Compliance Initiative) ให้กับสมาชิกสมาคมฯ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก KESKO ประเทศฟินแลนด์ จำนวน 2 ล้านบาท จุดประสงค์เพื่อส่งเสริมด้าน Supply Chain Engagement โดยได้มีการจัดอบรมให้กับสมาชิกในปี 2560 ไปแล้ว 4 ครั้งและในปี 2561 สมาคมฯ ได้จัดอบรมให้กับสมาชิก 1 ครั้ง เพื่อเป็นการติวเข้มสำหรับการตรวจประเมินเป็นรายบริษัท  และสรุปปิดโครงการกับทาง KESKO ในเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมา

ภาพ การอบรม BSCI ครั้งที่ 5 โดยทุนจาก KESKO เมื่อวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์ 2561

                5.3.2 การเข้าร่วมงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการคณะทำงานเพื่อการขับเคลื่อนเชิงนโยบายด้านสิทธิเด็กข้ามชาติ จัดโดย PLAN International Thailand

                ในปี 2561 สมาคมฯ ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนเชิงนโยบายด้านสิทธิเด็กข้ามชาติ ร่วมกับองค์การแพลน โดยมีองค์การและ NGOs อื่นๆ เข้าร่วมอีก เช่น ILO / LPN/ Friend international /Rapid Asia/ MWG เพื่อระดมความเห็น ในการพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่างๆ  ในการส่งเสริมเด็กและเยาวชนข้ามชาติให้ได้รับการศึกษาและเข้าถึงสิทธิ ที่มากขึ้นภายใต้ชื่อกลุ่ม “Change for Migrant Child and Youth Coalition” (CMCY)

ภาพประกอบ สัมมนาเชิงปฏิบัติการคณะทำงานเพื่อการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย
ด้านสิทธิเด็กข้ามชาติ วันที่ 18 มีนาคม 2561

                5.3.3 การประชุมร่วมกับ MWRN เพื่อจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการร่วมกัน

                ในเดือนมกราคม 2561 สมาคมฯ ได้ร่วมกับเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ (MWRN) เพื่อจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพของคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ โดยแรงงานข้ามชาติมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการจัดร่วมกันครั้งที่ 4 เรื่อง “การส่งเสริมคณะกรรมการสวัสดิการให้เป็นที่ยอมรับของแรงงานข้ามชาติ” Promoting Welfare Committee to be Accepted by Migrant Workers

                แนวทางการจัดสัมมนาครั้งนี้ได้นำมาจาก ผลการจัดกิจกรรม TTIA GLP Visit ปี 2560 โดยภาพรวมการเก็บข้อมูลจากตัวแทนฝ่ายลูกจ้างที่ถูกสุ่มสัมภาษณ์นั้นพบว่า หัวข้อที่แรงงานมีความเข้าใจน้อยที่สุดคือ การทำหน้าที่ของคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ ดังนั้น การจัดสัมมนาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คณะกรรมการสวัสดิการฯ เป็นที่ยอมรับของแรงงานข้ามชาติ เพิ่มประสิทธิภาพในการรับข้อร้องเรียน ข้อเสนอ  และการนำเสนอบทบาทเพื่อให้แรงงานข้ามชาติเห็นคุณค่า โดยจัดขึ้นในเดือนมกราคม 2561

ภาพประกอบ การหารือเพื่อเตรียมการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ                        ภาพประกอบ การจัดงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 4 (Social Dialogue) เรื่อง  
                 ครั้งที่ 4 (Social Dialogue)                                           “การส่งเสริมคณะกรรมการสวัสดิการให้เป็นที่ยอมรับของแรงงานข้ามชาติ” วันที่ 19 มกราคม 2561

                  5.3.4 การส่งเสริมการรับข้อร้องเรียนร่วมกับภาคประชาสังคม โดยสนับสนุนจัดตั้งศูนย์ Fisherman Center ร่วมกับมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)

                  สมาคมฯ ได้สนับสนุนโครงการจัดตั้งศูนย์ลูกเรือประมง  Fisherman Center ซึ่งดำเนินการโดยมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) โดยศูนย์ลูกเรือประมง Fisherman Center นั้นจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ทางด้านแรงงานในภาคการประมงที่ดำเนินการโดยภาคประชาสังคม โดยมีลักษณะการดำเนินงาน เช่น การรับเรื่องของทุกภาคอุตสาหกรรม / ทุกประเภท ผ่านหลายช่องทาง เช่น Facebook / Tel / แรงงานมาพบด้วยตนเอง / ไปหาแรงงานถึงที่ / สอบถามปัญหาที่พบ / บันทึกให้ปากคำ / ลงลายมือชื่อเพื่อเป็นหลักฐานจากแรงงาน / นำเรื่องส่งหน่วยงานรัฐ หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อ และติดตามเรื่องให้จนจบเคสทั้งหมด

                  โครงการนี้ในอนาคตต้องการขยายพื้นที่จัดตั้งศูนย์ให้ครบ 22 จังหวัดชายฝั่งทะเลและบริเวณที่มีการจัดตั้งศูนย์ PIPO ทั้งหมด

ภาพประกอบ เจ้าหน้าที่สมาคมฯ เข้าเยี่ยมชมศูนย์ลูกเรือประมง  Fisherman Center เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2561