TTIA บริจาคปลากระป๋อง และร่วมประชุมหารือผู้ผลิตสินค้าและเกษตรกรกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็ง และแปรรูปกับคณะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์


             วันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2563 สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย (TTIA) สมาคมบรรจุภัณฑ์โลหะไทย (TMPA) และบจก.โลหะกิจรุ่งเจริญทรัพย์ ร่วมบริจาคปลากระป๋องให้กระทรวงพาณิชย์นำไปช่วยเหลือประชาชนในช่วง Covid-19 มูลค่ารวม 1,800,000 บาท ณ บริษัท ซีแวลู จำกัด (มหาชน) จังหวัดสมุทรสาคร ในการนี้ ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทยและนายกสมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย, คุณอมรพันธุ์ อร่ามวัฒนานนท์ กรรมการฯ ,คุณฤทธิรงค์ บุญมีโชติ ผู้แทนกรรมการจาก TUG และคุณสุพัตรา ริ้วไพโรจน์ ผู้อำนวยการฯ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ประชุมหารือผู้ผลิตสินค้าและเกษตรกรกลุ่มอาหารทะเลแช่แข็งและแปรรูป กับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำเสนอภาพรวมของอุตสาหกรรมทูน่ากระป๋องและสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง และอุตสาหกรรมอาหารแช่เยือกแข็ง รวมถึงเสนอประเด็นต่างๆ ที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลืออุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล

จากการหารือข้อเสนอต่อภาครัฐของสมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย และสมาคมการค้าอาหารสัตว์เลี้ยงไทย รองนายกฯ รับประเด็นที่จะให้ความช่วยเหลือ ดังนี้

         1.การส่งเสริมประชาสัมพันธ์สินค้าอาหารไทยปลอดโควิด-19 ไปยังประเทศต่างๆ โดยจะเป็นการทำงานร่วมกัน 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด โดยทางสมาคมเสนอจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดสงขลา ซึ่งมีโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำและแรงงานข้ามชาติอยู่มาก

         2.ช่วยดูการหารือการเปิด AD สินค้าแผ่นเหล็กไม่ให้มีผลกระทบต่อต้นทุน

         3.การผลักดันเปิดการเจรจา FTA กับ EU และ UK ,การทำ FTA กับแอฟริกาใต้ รวมทั้งการผลักดันให้เกิดการลงนามในข้อตกลง RCEP ในปี 2563 นี้

         4.การเปิดตลาดใหม่ เช่น จีน รัสเซีย แอฟริกาใต้ อเมริกาใต้ ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะไปทำแผนงานในการทำตลาดเหล่านี้

         5.การช่วยเหลือสินค้ากุ้ง

          นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตร กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย จะร่วมกันทำ MOU ในการไปให้หนังสือรับรองว่าผลิตภัณฑ์จากโรงงานปลอดจากเชื้อโควิดได้ 100% เพื่อที่จะใช้เป็นเอกสารในการโฆษณาอาหารไทยกับตลาดโลกต่อไป